จาก “นู้บ” ถึงได้คะแนน TOEIC 950

ด้วยเคล็ดลับการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่บ้าน
อย่างมีประสิทธิภาพ

สวัสดีค่ะ เราชื่อวานนะคะ ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮานอย เมื่อปีที่แล้ว เราได้สอบ TOEIC และคะแนนที่ได้มาค่อนข้างสูง 950 จากคะแนนเต็ม 990.

เห็นเราพูดว่าได้ 950 TOEIC คงรู้สึกว่าเราอวดอยู่ใช่ไหม แต่ที่จริงแล้ว เส้นทางการเรียนภาษาอังกฤษของเราก็เคยลำบากและมีอุปสรรคเยอะแยะมากมาย บางทีทำให้เรารู้สึกอายคนอื่นเลยด้วยซ้ำ จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีกับภาษาอังกฤษที่ “แย่ที่สุดในโลก” ของเรา…   

ก่อแล้วต้องสานนะ “นู้บ”

ตอนที่เพิ่งเข้ามหาลัยเราก็รู้สึกตื่นเต้นมาก (การที่เข้ามหาลัยได้ก็เจ๋งใช่ไหมล่ะ) แต่เราก็รู้สึก Shock เลยทีเดียว เพราะส่วนใหญ่วิชาที่นี่จะได้สอนเป็นภาษาอังกฤษ และทุกคนก็รู้แล้วเนาะ ตอนเรียนมัธยมเราจะเน้นเรียนไวยากรณ์อย่างเดียว เพื่อใช้ในการสอบเข้าต่างๆ ไม่ค่อยได้ฝึกฟังฝึกพูดเท่าไหร่

ก็เพราะอย่างนั้น ทุกครั้งที่เข้าไปเรียน เราฟังไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนเพื่อนๆและคุณครูก็คุยกันเป็นภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ มีแค่เราเท่านั้นที่นั่ง “เงียบๆ” เอาเหอะ ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกล่ะ เพราะการออกเสียงของเรายิ่งแย่ไปกว่านั้นอีก =.= เราอ่าน “potato” เป็น โป-ตา-โต้ เลยนะ พอ “หลุด” คำไหนออกมาก็จะเป็น “ตำนาน” ให้เพื่อนๆ เอามาหัวเราะกันซ้ำๆย้ำๆ เรียนสายภาษาแต่กลับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ โถเอย!

บางทีรู้สึกเบื่อ ไม่อยากไปเรียน เพราะฟังเขาไม่รู้เรื่องจะเรียนได้ไหมล่ะ คะแนนก็แย่ตามไปด้วย รู้ไหมว่าเราต้องลำบากขนาดไหนถึงจะสอบผ่านได้ เราก็ “มั่วๆ” ไปแบบนี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันประชุมปิดเทอม ก็ถึงเวลาที่เรา “ต้องโดน” แล้วจริงๆ

คุณครู “ชี้หน้าชี้ตา” เราต่อหน้าชั้นเรียน เพราะผลสอบภาษาอังกฤษของเราแย่สุดๆเลย: น้องควรกลับไปแก้ไขวิธีการเรียนและพัฒนาภาษาอังกฤษเลยนะ ถ้าไม่อย่างนั้น ปีหน้าอาจจะ “โดนบังคับ” ไม่ให้ผ่านนะ เพราะคะแนนเฉลี่ยไม่ถึงเกณฑ์!!!

ทุกคนในชั้นเรียนจ้องมองเรา ตอนนั้นเรารู้สึกอายจนแทรกแผ่นดินหนีไปเลย

ลื่นลาดชัน “สู่” Eng Breaking

ผ่านไป 3 วันไม่กล้าไปเรียน อยู่บ้านคิดไปคิดมา สุดท้ายก็คิดออกแล้ว เราต้องหาวิธีเปลี่ยนแปลงภาษาอังกฤษของตัวเองให้ได้ ไม่งั้น “จะโดนหนักกว่านี้” แน่ๆ เราว่าจะเรียนที่บ้านนะเพราะขี้เกียจออกไปเรียนข้างนอก และไม่ชอบเรียนที่สถาบันด้วย

แล้วเราก็ไปค้าหาข้อมูลในกูเกิ้ลก่อน แต่คุณก็รู้ใช่ไหม พอเราพิมพ์ “เอกสารภาษาอังกฤษ” ปุ๊บ ผลการค้าหาหลากหลายมากมายก็จะขึ้นปั๊บเลย มันเยอะมากจนไม่รู้ว่าจะเริ่มเรียนอันไหนก่อน แถมแต่ละที่พูดไม่เหมือนกันเลย ที่นี่เราก็เปลี่ยนใจ ไปยืมหนังสือมาอ่าน แต่มันก็ขาดตรงนี้บ้าง ตรงนุ้นบ้าง มั่วไปหมดเลย

เราก็ “ดำน้ำ” อยู่ในพวกเอกสารนั้นตลอดทั้งเดือนแต่ก็ยังไม่ดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว คำศัพท์เรียนแล้วลืมเลย เกือบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่ในสมองเรา การออกเสียงยังแย่เหมือนเดิม เพราะเราไม่รู้ว่าจะฝึกฝนตามเอกสารไหนถึงจะถูกต้อง

“โง่อย่างไรก็ยังโง่ต่อไปอย่างงั้น” เราถึงขั้นคิดว่าปีหน้า เราจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอื่น เพราะเรียนต่อแบบนี้ก็ไม่ได้อะไร แถมเสียเวลา เสียเงินด้วย

ตอนที่รู้สึกใกล้จะ “ล้มเหลว” แล้ว เราได้เจอโฆษณาของ Eng Breaking หลักสูตรการเรียนภายใน 3 เดือนเท่านั้น อ่านรีวิวของผู้เรียน Eng Breaking รู้สึกว่าโอเคได้อยู่ และพวกเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก เราคิดว่า เอาล่ะ ลองดูสักครั้ง มันใช้เวลา 3 เดือน ก็แปลว่าประมาณมีนาคมหรือเมษายน ก็จะจบแล้ว ถ้าไม่เหมาะก็ยังทันสมัครมหาวิทยาลัยอื่น ตกลง สั่งซื้อ Eng Breaking เลย

การเดินทางกู้ภัย “คนนู้บ”

ครั้งแรกที่ได้ถือชุดหลักสูตรในมือ เรารู้สึกประหลาดใจมากกับวิธีการเรียนของ Eng Breaking: ไม่ต้องจดบันทึก ไม่ต้องท่องจำคำศัพท์ แต่จะเป็นการเรียนแบบ “เลียนแบบ” ใช้แค่หูฟังกับโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เรียนแบบนี้ค่อนข้างจะยืดหยุ่น ชอบเรียนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ โดยปกติแล้วเราจะเรียนกับโทรศัพท์ประมาณ 15 – 30 นาทีต่อวันเท่านั้น (เราก็เป็นคนขี้เกียจหน่อยนะ แหะๆ)

แต่ยิ่งเรียนเรายิ่งรู้สึกชอบ เราชอบบทสนทนาสำหรับการฝึกฟังเชิงลึกและพูดตามให้ทันมาก ทั้งสำเนียงทั้งการขึ้นลงเสียงของผู้พูดในบทนั้น หรือขนาดเสียงพื้นหลังในไฟล์เสียง มันก็เป็นธรรมชาติมากๆเลย

เราเริ่มจากไฟล์เสียงที่มีความเร็วระดับช้าก่อน หลังจากที่ชินแล้วและจำได้รายละเอียดแล้ว เราค่อยเปลี่ยนเป็นความเร็วระดับ native สำหรับขั้นตอนนี้เราคิดว่าทุกคนต้องใจเย็นหน่อย ตอนแรกเราก็มั่นใจมาก กระโดดไปความเร็ว native เลย เพราะฟังมันดู….ฝอกว่าจริงๆ แต่มันจะยากที่จะเลียนแบบตาม ยังไงๆก็ต้องฟังใหม่อีกครั้ง :(( พยายาม “เลียนแบบ” ตามสักระยะหนึ่ง เรารู้สึกว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของเราดีขึ้นเรื่อยๆทุกวัน

เราเพิ่งเรียนได้แค่ 4 สัปดาห์แต่เราสามารถเข้าใจได้คร่าวๆเวลาฟังเพื่อนพูดคุยกัน บางทีเราเข้า “เม้าท์มอย” กับพวกเขาเลยนะ สายตาของเพื่อนๆมีให้เราก็เปลี่ยนไปตามนั้น และเราค่อยๆเข้ากับเพื่อนๆคนอื่นทีละนิดๆ ไม่ได้อยู่คนเดียวเหมือนเมื่อก่อนอีก

ทุกๆวันเราบอกกับตัวเองว่า กำลังจะเก่งภาษาอังกฤษแล้ว ชีวิตจะไม่โดนเรียกว่า “ไอ้นู้บ” อีกต่อไป

ครั้งนี้ เนื่องจากว่าความตั้งใจของเราสูงมาก และสิ่งสำคัญที่สุดคือ Eng Breaking มีที่ปรึกษาวิชาการกระตือรือร้นมาก เราจึงเรียนเสร็จสิ้นหลักสูตรนี้ภายใน 3 เดือน 16 วันเป๊ะ บางทีเราก็อยากจะขี้เดียจบ้าง แต่ก็มีอีเมลส่งมาทันที กระตุ้นให้เราเรียนต่อ หรือทักทายสอบถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม ติดต่อกลับอีเมลได้เลยนะ มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเขาได้และเขาจะให้คำตอบอย่างละเอียดมาก รู้สึกได้ดูแลอย่างดี ไม่ใช่แบบ “ซื้อแล้วช่างมัน” เหมือนคอร์สออนไลน์อื่นๆหรอกนะ

ความสุขที่ไม่ได้คาดคิด!

เวลาเข้าเรียนที่ชั้นเรียน เราไม่รู้สึกเบื่อเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เพราะเราสามารถเข้าใจได้บางส่วนที่คุณครูสอน คะแนนสอบก็ พัฒนา ขึ้นไปถึงขั้นเก่ง แต่ที่ชอบที่สุดคือการพรีเซ้นต์ท้ายเทอมเราพูดเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย อาจจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบแต่ก็ทำให้เพื่อนๆของเราประหลาดใจมากกับการเปลี่ยนแปลงนี้

น้ำขึ้นให้รีบตัก บวกกับช่วงวันหยุดฤดูร้อนก็ไม่มีอะไรทำ เราตัดสินใจว่าจะเรียนเพิ่มเพื่อสอบ TOEIC ส่วนใหญ่เราจะเรียนพวกหนังสือ Economy, ETS เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับข้อสอบ พอเรียนได้สักระยะหนึ่ง เราก็ไปลงทะเบียนสอบ IIG ถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถภาษาอังกฤษของตัวเอง พอได้เห็นผลรู้สึกตกใจมาก ได้คะแนน 950 เลยนะ!

ยิ่งประหลาดใจไปกว่านั้น เราได้รับทุนเต็มจํานวนไปแลกเปลี่ยนที่อิตาลีภายใน 6 เดือน มันเป็นเรื่องที่เราไม่กล้าฝันถึงเมื่อครึ่งปีที่แล้ว 

โชคดีที่ได้เจอ Eng Breaking ช่วยให้เรามีกําลังใจเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมแพ้หรือทิ้งการเรียนไป…

เคยเป็นคนที่ “นู้บ” มากๆเลย แต่เราสามารถเก่งภาษาอังกฤษได้ แถมได้ทุนไปเรียนต่อด้วย ถ้างั้นเพื่อนๆก็สามารถทำได้เช่นกัน เชื่อเราเถอะ เพียงแค่คุณมีความตั้งใจมากพอ ส่วนที่เหลือ EngBreaking จะจัดการให้ ไม่ต้องกลัวนะ!

2 comments

    • ฟ้า ใส says:

      ตอนนี้ทางเรากำลังมีโปรแกรมโปรโมชั่นลด 51% เหลือเพียง 1490 บาทเท่านั้น ลดจาก 3040 บาทค่ะ
      คุณสามารถดูรายละเอียดการเรียนที่นี่นะคะ https://th.engbreaking.com/faq/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

สั่งซื้อ Eng Breaking9 อยู่ที่ 42 พึ่งสั่งซื้อชุดสินค้า!